ข่าว

heading-ข่าว

อุทาหรณ์ชั้นดี "ให้คนอื่นใช้ชื่อตัวเองออกรถ" สุดท้ายเกือบโดนประหาร

27 ม.ค. 2568 | 16:06 น.
อุทาหรณ์ชั้นดี "ให้คนอื่นใช้ชื่อตัวเองออกรถ" สุดท้ายเกือบโดนประหาร

ทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์เตือนอุทาหรณ์เคสคดีจริง ให้คนอื่นใช้ชื่อตัวเองออกรถ ระวัง มีคนเกือบโดนประหาร ต้องดูให้ดี

ทนายเกิดผล ได้ออกมาโพสต์เตือนอุทาหรณ์ เรื่องจริง ไม่จำเป็น อย่าโอนลอย หรือ ใช้ชื่อเช่าซื้อแทนคนอื่น สุดท้ายเกือบโดนประหาร โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ทนายเกิดผล แก้วเกิด ระข้อความดังนี้บุ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุทาหรณ์ชั้นดี "ให้คนอื่นใช้ชื่อตัวเองออกรถ" สุดท้ายเกือบโดนประหาร

เรื่องจริง

ไม่จำเป็น..อย่าโอนลอย หรือ ใช้ชื่อเช่าซื้อแทนคนอื่น

โชคร้าย อาจถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตได้

ที่พูดมาไม่ใช่เรื่องพูดเล่นนะครับ แต่ไม่ได้ถูกประหารเพราะโอนลอยรถยนต์ตรงๆหรอกครับ

แต่มันเกิดจากการที่มีผู้รับซื้อรถยนต์ นำไปขนยาเสพติด

ซึ่งผมเคยนำเล่าให้ฟังถึง 2 คดีแล้ว ถ้าจำได้

  • คดีแรก

เกิดขึ้นมา ประมาณ 5 ปี เจ้าของรถขายโอนลอยพร้อมเอกสารสำคัญให้คนซื้อ

คนซื้อเป็นพ่อค้ายาเสพติด นำรถไปขนยาเสพติด และแหกด่านหนี

แต่ไปไม่รอด ก็จอดรถทิ้งไว้

ภายในรถ มีสมุดคู่มือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ของเจ้าของรถคนเดิม

ตำรวจก็ตามไปจับเจ้าของรถคนเดิม ตามที่ปรากฎในเอกสาร

เจ้าของรถให้การต่อสู้ว่า ตนโอนลอยรถยนต์ไป และต่อสู้ว่าขณะเกิดเหตุ ตนขายของอยู่หน้า 7 -11 ที่แม่สอด โดยนำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาสืบ

ศาลชั้นต้นประหารชีวิต

ศาลอุธรณ์ ยกฟ้อง

  • คดีที่ 2 เกิดขึ้นเร็วๆนี้ที่ศาลจังหวัดแพร่

ลูกความผมเป็นหนุ่มชาวดอย อยู่จังหวัดน่าน และตกเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีนี้

เขายินยอมใช้ชื่อเเขา เช่าซื้อรถบิ๊กไบค์ให้ญาติ

ต่อมามีคนร้ายนำรถบิ๊คไบค์ไปตระเวนลาดเลาดูเส้นทางขนยาเสพติด จำนวน 660,000 เม็ด

ตำรวจที่แพร่จับกุมได้ และขยายผลไปถึงเจ้าของรถ จากทะเบียนรถ

เจ้าตัวต่อสู้ว่า ไม่ใช่ผู้ชับขี่ และไม่รู้เรื่อง เป็นแต่เพียงใช้ชื่อเช่าซื้อให้ญาติ และวันเกิดเหตุ #ตนแต่งงานอยู่ที่จังหวัดน่าน และนำรูปถ่าย ผู้ใหญ่บ้าน มาเป็นพยาน ในศาลด้วย

ศาลชั้นต้นยกฟ้อง

อัยการอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ประหารชีวิต

ซึ่งศาลอุทธรณ์ มองว่า ในวันที่ตำรวจติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย ตามเส้นทางขนยาเสพติด และหลบหนี

มีชาย 2 คน คนแรก คือจำเลยที่ 1 ขับรถบิ๊กไบค์ เข้ามาพักในโรงแรม โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้บัตรประชาชน ของตนเองเช็คอินในการเช่า ห้องพัก

ส่วนชายคนที่ 2 ยืนอยู่ห่างๆ ลักษณะเป็นชายสวมเสื้อสีดำ ทรงผมสั้น รูปร่างคล้ายจำเลยที่ 2 ในคดีนี้

( แต่ผมดูยังไงก็ไม่เหมือนครับ ยิ่งดูยิ่งไม่เหมือน )

เมื่อ ตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดแพร่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทราบชื่อของจำเลยที่ 1 ส่วนชายปริศนา ขณะนั้นจึงไม่ทราบชื่อ จึงได้ นำ ทะเบียนรถจักรยานยนต์ ไปตรวจสอบ

ปรากฏว่าเป็นชื่อของจำเลยที่ 2

พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาลแพ่งออกหมายจับจำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่กับลูกเมียที่จังหวัดน่าน

ในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า ไม่ได้ ร่วมขบวนการ ขนยาเสพติด

ส่วนจำนวนที่ 2 ต่อสู้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับกระบวนการขนยาเสพติด ภายในวันเกิดเหตุ จำเลย จัดงานสมรสอยู่ที่ จังหวัดน่าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นสักขีพยาน และภาพถ่ายประกอบ

พนักงานอัยการ นำพยาน ปากสำคัญ ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับ ของโรงแรมที่เป็นคนลงทะเบียนให้กับจำเลยที่ 1 มาเบิกความต่อศาลว่า

เห็นจำเลยที่ 2 มากับจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ไม่ได้มาเช็คอินในโรงแรม

ในตอนถามค้าน ทนายจำเลยที่ 2 ถามว่า

ขณะนั้น พยานกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับ ลูกค้าที่โรงแรมใช่หรือไม่

พยานตอบว่าใช่

ทนายถามต่อว่า ตัวพยานเองไม่เคยเห็นจำเลยที่ 2 มาก่อน ไม่รู้จักกันมาก่อน ใช่หรือไม่

เรียนตอบว่าใช่

ทนายถามต่อว่า เมื่อพยาน ไม่เคยเห็นหน้า และไม่ได้พูดคุยกับจำเลยที่ 2 มาก่อน จึงไม่ได้สังเกตว่า จำเลย ที่ 2 หน้าตาเป็นอย่างไร ใช่หรือไม่

พยานตอบ ใช่

ทนายถามต่อไปว่า เหตุที่พยาน ชี้รูปภาพของจำเลยที่ 2 เพราะตำรวจ นำรูปตามทะเบียนราษฎร์ ที่มีชื่อจำเลยที่ 2 ให้พยานดูก่อน ใช่หรือไม่

พยาน ตอบใช่

ทนายถามต่อว่า หากไม่มีรูปภาพ และชื่อจำเลยที่ 2 ให้พยายามเห็นก่อน รูปนี้ที่พยานชี้ กับ รูปภาพในวีดีโอวงจรปิด พยายามจะดูไม่ออกว่าเป็นรูปของใครใช่หรือไม่

พยาน ตอบใช่

ตอบมา ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และยกฟ้องจำเลยที่ 2

พนักงานอัยการโจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์เชื่อว่าจำเลยที่ 2 เป็นชายที่อยู่ในโรงแรมร่วมกับจำเลยที่ 1 เนื่องจาก ภาพถ่าย รูปบัตรประจำตัวประชาชน ที่ ตำรวจทำให้พนักงานโรงแรมชี้นั้น ตรงกับ รูปภาพของชายที่อยู่ในคลิปวีดีโอกล้องวงจรปิดของ โรงแรม

ซึ่งประเด็นนี้ผม ดูอย่างเป็นกลางนะครับ ภาพนั้น ไม่เหมือนเลยดูยังไงก็ไม่เหมือนยิ่งเฉพาะทรงผม แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แต่ ศาลอุทธรณ์ มองว่า ทรงผมคล้ายกัน เพราะ ภาพที่ตำรวจนำมาให้พยานดูเป็นภาพถ่ายจากบัตรประชาชนซึ่งเป็นภาพเก่าทรงผมจำเลยที่ 2 อาจเปลี่ยนไปได้

และศาลอุทธรณ์ พิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 2

จำเลยถูกย้ายมาบางขวาง

ผมเป็นทนาย ที่ 2 จึงได้ยื่นฎีกา โดยขออนุญาตฎีกา ซึ่งศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกาได้

จำเลยที่ 1 ก็ยื่นฎีกา กรณีของจำเลยที่ 1 มีประเด็น 2 ประเด็น คือ 1 จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิด และ 2 ฟ้องผู้โจทก์ไม่สมบูรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้อง

คดีนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ พิพากษาว่า

ฎีกาของจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้องตามกฎหมาย

ศาลฎีกาจึงสั่งให้ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แก้ไขภายในระยะเวลา เมื่อตรวจแก้ไขภายในเวลาที่ศาลกำหนดจึงถือว่าคำฟ้องนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ส่วนฎีกา ของจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับจำเลยที่ 2 เนื่องจากพยานที่มาเบิกความ ได้ถูกชักจูงหรือชักนำจากตำรวจที่นำรูปของจำเลยที่ 2 มาให้พยานดูก่อนที่จะ ออกหมายจับ และพยานกับเบิกความโดยสารต่อทนายจำเลยที่ 2 ถามค้าน ยอมรับว่าไม่รู้จักและจำเลยที่ 2 ไม่ได้ เหตุที่ชี้รูปภาพคุณจำเบอร์ที่ 2 เพราะตำรวจนำรูปมาให้ดูก่อนจึงเข้าใจว่าเป็นภายในคลิปวีดีโอ

พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2566 (ประชุมใหญ่)

ปล.

หลังจากศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง จำเลย ที่ 2 ก็กลายเป็นคน ซึมเศร้า ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษา อาการซึมเศร้า ซึ่ง เกิดจากการถูกจับ คุมขัง และ เมียทิ้งไปในระหว่างติดคุกอยู่

ผมเคยถามว่าจะฟ้องคดีตำรวจที่ยัดข้อหาไหม

ตอนแรกเขาบอกว่าเขาอยากจะฟ้อง ตอนหลังไม่รู้เครียดหรือกังวลใจเกินไป ไม่ค่อยพูดจา ผมก็เลยไม่ได้ถามต่อ ว่าจะเอายังไง

อุทาหรณ์ชั้นดี "ให้คนอื่นใช้ชื่อตัวเองออกรถ" สุดท้ายเกือบโดนประหาร

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ปวดใจ ชีวิตล่าสุดคนงานรอดจากตึกถล่ม ถูกทอดทิ้ง ไร้การเหลียวแล

ปวดใจ ชีวิตล่าสุดคนงานรอดจากตึกถล่ม ถูกทอดทิ้ง ไร้การเหลียวแล

จบศึกแย่งลูก  เปิด 4 ข้อตกลง หลังแม่ได้ลูกคืน จากหมออดีตสามี

จบศึกแย่งลูก เปิด 4 ข้อตกลง หลังแม่ได้ลูกคืน จากหมออดีตสามี

จัดอันดับ 5 ราศีดวงดีขั้นสุด ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเดือนเมษายน

จัดอันดับ 5 ราศีดวงดีขั้นสุด ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งเดือนเมษายน

เงิน 10,000 เฟส 3-4 ขึ้นขั้นตอน 5 แล้ว วิธีตรวจสอบสิทธิล่าสุด

เงิน 10,000 เฟส 3-4 ขึ้นขั้นตอน 5 แล้ว วิธีตรวจสอบสิทธิล่าสุด

ชาวพุทธ ไม่ทน ร้องสำนักพุทธฯ อดีตนักการเมืองบวชพระ บุกรุกโบราณสถาน

ชาวพุทธ ไม่ทน ร้องสำนักพุทธฯ อดีตนักการเมืองบวชพระ บุกรุกโบราณสถาน