หมอเตือน "ชาไทย" สีสวยแต่อันตราย เด็กๆดื่มมากส่งผลเสียต่อสมาธิ

หมอเตือน "ชาไทย" สีสวยแต่แฝงอันตราย เสี่ยงสมาธิสั้น-อัลไซเมอร์ แนะชงเองปลอดภัยกว่า เตือนเด็กๆทานมากเสี่ยงสมาธิสั้น
“ชาไทย” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนโปรดปราน ด้วยสีส้มสดใสและรสชาติหอมมันจนหลายคนติดใจต้องดื่มทุกวัน แต่รู้หรือไม่ว่า สีส้มในชาไทยส่วนใหญ่อาจไม่ได้มาจากใบชา แต่เป็นสีสังเคราะห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หมอเบนซ์ นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ได้ออกมาให้ข้อมูลผ่าน TikTok เกี่ยวกับอันตรายของชาไทย โดยเผยว่า สีส้มของชาไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากใบชา แต่เป็นสีสังเคราะห์ ที่ชื่อ Sunset Yellow FCF ซึ่งถูกเติมลงไปเพื่อให้ได้สีที่สวยงาม
"หมอเคยคิดว่าสีส้มของชาไทยมาจากสีของใบชาผสมกับนม แต่พอเห็นข้อมูลแล้วตกใจมาก เพราะ 85% ของชาไทยที่ขายทั่วไป ใส่สีสังเคราะห์ทั้งนั้น" หมอกล่าว
แม้ว่าสีสังเคราะห์นี้จะได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ แต่งานวิจัยพบว่า หากบริโภคในปริมาณมากและเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเด็ก
สีสังเคราะห์ที่ใช้ในชาไทย อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิด ภาวะสมาธิสั้น (ADHD), อาการแพ้, ผื่นคัน และหอบหืด ได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กนักเรียนที่ดื่มชาไทยเป็นประจำ
"ใครที่มีลูกหลานเรียนไม่เก่ง สมาธิสั้น เป็นผื่นแพ้ง่าย ลองสังเกตดูว่า ก่อนกลับบ้านตอนเย็นดื่มชาไทยทุกวันหรือเปล่า?" หมอเบนซ์แนะนำ
ไม่ใช่แค่ชาไทยเท่านั้นที่อาจมีอันตราย ไข่มุกที่ใส่ในชานมก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจาก กระบวนการผลิตไข่มุกมักใช้ "อะลูมิเนียมซัลเฟต" เพื่อฟอกสีและทำให้แป้งมันสำปะหลังจับตัวเป็นเม็ดไข่มุก
"ถ้ากินไข่มุกบ่อยๆ ในระยะยาว อาจทำให้ร่างกายมีอะลูมิเนียมสะสม ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์ และมีผลต่อไตได้" หมอเบนซ์เตือน
แม้ว่าประเทศไทยยังอนุญาตให้ใช้ Sunset Yellow FCF ในอาหารได้ แต่บางประเทศ เช่น ฟินแลนด์และนอร์เวย์ ได้สั่งห้ามใช้สารตัวนี้ไปแล้ว เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ
สุดท้าย หมอเบนซ์แนะนำว่า หากอยากดื่มชาไทยอย่างปลอดภัย ควรเลือกยี่ห้อที่เชื่อถือได้ หรือชงดื่มเองที่บ้าน เพราะสามารถควบคุมปริมาณสีและส่วนผสมต่างๆ ได้เอง ลดความเสี่ยงจากสารสังเคราะห์ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว